(๔) พระเนมิราชชาดก.

     พระราชา แห่งเมืองมิถิลา ทรงมีพระโอรสนามว่า เนมิกุมาร ผู้จะทรงสืบสมบัติในกรุงมิถิลาต่อไป. พระเนมิกุมาร ทรงมีพระทัยฝักใฝ่ในการบำเพ็ญทานมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทรงรักษาศีลอุโบสถ อย่างเคร่งครัด. เมื่อพระบิดาทอดพระเนตรเห็นเส้นพระเกศาหงอก ก็ทรงรำพึงว่า "บัดนี้ถึงเวลาที่จะมอบราชสมบัติให้แก่โอรสแล้ว พระองค์เองก็จะได้เสด็จออกบำเพ็ญเพียรในทางธรรมต่อไป" จึงทรงมอบราชสมบัติเมือง มิถิลาให้แก่พระเนมิราชกุมาร ขึ้นครองเป็นพระเจ้าเนมิราช ส่วนพระองค์เองก็เสด็จออกบวช รักษาศีลตราบจนสวรรคต. เมื่อพระเจ้าเนมิราชครองราชสมบัติ โปรดให้สร้างโรงทานริมประตูเมือง ๔ แห่ง โรงทานกลางพระนคร ๑ แห่ง. ทรงบริจาคทานแก่ประชาชนอยู่เป็นนิตย์ ทรงรักษาศีล และสั่งสอนประชาชนของพระองค์ ให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรม ครั้งนั้นปรากฏว่าประชาชนทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้มีศีลมีสัตย์ ไม่มีการเบียดเบียน ทำบาปหยาบช้า บ้านเมืองก็ร่มเย็นเป็นสุข ผู้คนพากันสรรเสริญพระคุณของพระเจ้าเนมิราชอยู่ทั่วไป.

     พระเจ้าเนมิราช เมื่อทรงปฏิบัติธรรมอยู่นั้น ทรงสงสัยว่า "การให้ทานกับการประพฤติพรหมจรรย์ คือ การรักษาความบริสุทธิ์ ไม่ข้องเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวโลกนั้น อย่างไหนจะประเสริฐกว่ากัน." พระอินทร์ ได้ทรงทราบถึงความกังขาในพระทัยของพระเจ้าเนมิราช จึงเสด็จจากดาวดึงส์ลงมาปรากฏเฉพาะพระพักตร์ พระราชา ตรัสกับพระราชาว่า "หม่อมฉันมาเพื่อแก้ข้อสงสัยที่ทรงมีพระประสงค์จะทราบว่า ระหว่างทานกับการประพฤติพรหมจรรย์ สิ่งใดจะเป็นกุศลยิ่งกว่ากัน. หม่อมฉันขอทูลให้ทราบว่า บุคคลได้เกิดในตระกูลกษัตริย์นั้นก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์ในขั้นต่ำ. บุคคลได้เกิดในเทวโลก เพราะได้ประพฤติ พรหมจรรย์ขั้นกลาง. บุคคลจะถึงความบริสุทธิ์ ก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์ขั้นสูงสุด. การเป็นพรหมนั้น เป็นได้ยากลำบากยิ่ง ผู้จะประพฤติพรหมจรรย์จะต้องเว้นจากวิถีชีวิตอย่างมนุษย์ปุถุชน ต้องไม่มีเหย้าเรือน ต้องบำเพ็ญธรรมสม่ำเสมอ ดังนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงทำได้ยากยิ่ง กว่าการบริจาคทาน และได้กุศลมากยิ่งกว่าหลายเท่านัก. บรรดากษัตริย์ทั้งหลาย มักบริจาคทานกันเป็นการใหญ่ แต่ก็ไม่ สามารถจะล่วงพ้นจากกิเลสไปได้. แม้จะได้ไปเกิดในที่อันมีแต่ความสนุก ความบันเทิง รื่นรมย์ แต่ก็เปรียบไม่ได้กับความสุขอันเกิดจากความสงบอันวิเวก อันจะได้มาก็ด้วยการประพฤติพรหมจรรย์เท่านั้น." พระอินทร์ได้ทรงเล่าถึงเรื่องราวของพระองค์เอง ที่ได้ประกอบทานอันยิ่งใหญ่ เมื่อชาติที่เกิดเป็นพระราชา แห่งพาราณสี ได้ทรงถวายอาหารแก่นักพรตที่อยู่บริเวณแม่น้ำสีทาเป็นจำนวนหมื่นรูป ได้รับกุศลยิ่งใหญ่ แต่ก็เพียงแต่ได้เกิดในเทวโลกเท่านั้น. ส่วนบรรดานักพรต ที่ประพฤติพรหมจรรย์เหล่านั้น ล้วนได้ไปเกิดในพรหมโลก อันเป็นแดนที่สูงกว่าและมีความสุขสงบอันบริบูรณ์กว่า แต่แม้ว่าพรหมจรรย์จะ ประเสริฐกว่าทาน พระอินทร์ก็ได้ทรงเตือนให้พระเจ้าเนมิราชทรงรักษาธรรมทั้งสองคู่กัน คือ บริจาค ทานและรักษาศีล. ครั้นเมื่อพระอินทร์เสด็จกลับไปเทวโลกแล้ว เหล่าเทวดาซึ่งครั้งที่เกิดเป็นมนุษย์นั้น ได้เคยรับทานและฟังธรรมจากพระเจ้าเนมิราช จนได้มาบังเกิดในเทวโลก ต่างพากันไปเฝ้าพระอินทร์และทูลว่า "พระเจ้าเนมิราช ทรงเป็นอาจารย์ของเหล่าข้าพระบาทมาแต่ก่อน ข้าพระบาท ทั้งหลายรำลึกถึงพระคุณพระเจ้าเนมิราช ใคร่จะได้พบพระองค์ ขอได้โปรดเชิญเสด็จพระเจ้าเนมิราชมา ยังเทวโลกนี้ด้วยเถิด."

     พระอินทร์ จึงมีเทวบัญชาให้มาตุลีเทพสารถี นำเวชยันตราชรถไปเชิญเสด็จพระเจ้าเนมิราช จากกรุง มิถิลาขึ้นมายังเทวโลก. มาตุลีเทวบุตรรับโองการแล้ว ก็นำราชรถไปยังมนุษยโลก. ในคืนวันเพ็ญ ขณะพระเจ้าเนมิราชกำลังประทับอยู่ กับเหล่าเสนาอำมาตย์ มาตุลีทูลเชิญพระราชาว่า "เทพบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์รำลึกถึงพระคุณของพระองค์ ปรารถนาจะได้พบพระองค์ จึงนำราชรถมาเชิญเสด็จไปยังเทวโลก." พระเจ้าเนมิราชทรงรำพึงว่า "พระองค์ยังมิเคยเห็นเทวโลก ปรารถนาจะเสด็จไปตามคำเชิญของเหล่าเทพ จึงเสด็จประทับบนเวชยันตราชรถ. มาตุลีจึงทูลว่า "สถานที่ที่จะเชิญเสด็จไปนั้นมี ๒ ทาง คือ ไปทางที่อยู่ของเหล่าผู้ทำบาปหนึ่ง และไปทางสถานที่อยู่ของผู้ทำบุญหนึ่ง พระราชาประสงค์จะเสด็จไปที่ใดก่อนก็ได."้ พระราชาตรัสว่า "พระองค์ประสงค์จะไปยังสถานที่ของ เหล่าผู้ทำบาปก่อน แล้วจึงไปยังที่แห่งผู้ทำบุญ." มาตุลีก็นำเสด็จไปยังเมืองนรก ผ่านแม่น้ำเวตรณี อันเป็นที่ทรมาณสัตว์นรก. แม่น้ำเต็มไปด้วยเถาวัลย์ หนามโตเท่าหอก มีเพลิงลุกโชติช่วง มีหลาวเหล็กเสียบสัตว์นรกไว้เหมือนอย่างปลา. เมื่อสัตว์นรกตกลงไปในน้ำ ก็ถูกของแหลมคมใต้น้ำสับขาดเป็นท่อนๆ. บางที นายนิรยบาลก็เอาเบ็ดเหล็กเกี่ยวสัตว์นรกขึ้นมาจากน้ำ เอามา นอนหงายอยู่บนเปลวไฟบ้าง เอาก้อนเหล็กมีไฟลุกแดงอุดเข้าไปในปากบ้าง. สัตว์นรกล้วนต้องทนทุกขเวทนาด้วยอาการต่างๆ. พระราชาตรัสถามถึงโทษของเหล่าสัตว์นรกเหล่านี้ ว่าได้ประกอบกรรมชั่วอะไรไว้ จึงต้องมารับโทษดังนี้. มาตุลีก็ตอบบรรยายถึงโทษกรรมที่สัตว์นรกเหล่านี้ประกอบไว้ เมื่อครั้งที่เกิดเป็นมนุษย์. จากนั้นมาตุลีก็พาพระราชาไปทอดพระเนตรขุมนรกต่างๆ ที่มีบรรดาสัตว์นรกถูกจองจำและลงโทษอยู่ด้วยความทรมานแสนสาหัส น่าทุเรศเวทนาต่างๆ เป็นที่น่าสะพรึงกลังอย่างยิ่ง. พระราชาตรัสถามถึงโทษของสัตว์นรกแต่ละประเภท. มาตุลีก็ตอบโดยละเอียด เช่น ผู้ที่เคยทรมาน ไล่จับไล่ยิงนก ขว้างนก, จะถูกนายนิรยบาลเอาเหล็กรัดคอ กดหัว แล้วดึงเหล็กนั้นจนคอขาด. ผู้ที่เคยเป็นพ่อค้าแม่ค้า แล้วไม่ซื่อต่อคนซื้อ เอาของเลวมาหลอกว่าเป็นของดี หรือเอาของเลวมาปนของดี ก็จะถูกลงโทษให้เกิดความกระหายน้ำ, ครั้นเมื่อไปถึงน้ำ น้ำนั้นก็กลายเป็นแกลบเพลิง ลุกเป็นไฟ ก็จำต้องกินแกลบนั้นต่างน้ำ, เมื่อกินเข้าไป แกลบน้ำก็แผดเผาร่างกาย ได้รับทุกขเวทนาสาหัส. ผู้ที่เคยทำความเดือดร้อนให้มิตรสหายอยู่เป็นนิตย์ รบกวน เบียดเบียน มิตรสหายด้วยประการต่างๆ เมื่อ ตายไปเกิดในขุมนรก ก็จะรู้สึกหิวกระหายปรารถนาจะกินอาหาร แต่อาหารที่ได้พบก็คืออุจจาระปัสสาวะ, สัตว์นรกเหล่านี้จำต้องดื่มกินต่างอาหาร. ผู้ที่ฆ่าบิดามารดา ฆ่าผู้มีพระคุณ ฆ่าผู้มีศีลธรรม จะถูกไฟนรกแผดเผาให้กระหาย ต้องดื่มเลือด ดื่มหนอง แทนอาหาร ความทุกข์ทรมานอันสาหัสในขุมนรกต่างๆ มีอยู่มากมาย เป็นที่น่าทุเรศเวทนา ทำให้พระราชารู้สึกสยดสยองต่อผลแห่งกรรมชั่วร้าย ของมนุษย์ใจบาปหยาบช้าทั้งหลายยิ่งนัก.

     พระราชา ทอดพระเนตรเห็นวิมานแก้ว ของนางเทพธิดาวารุณี ประดับด้วยแก้วแพรวพราย มีสระน้ำ มีสวนอันงดงาม ด้วยดอกไม้นานาพรรณ จึงตรัสถามมาตุลีว่า "นางเทพธิดาวารุณีประกอบกรรมดีอย่างใดไว้ จึงได้มีวิมานที่งดงามวิจิตรเช่นนี้." มาตุลีตอบว่า "นางเทพธิดาองค์นี้ เมื่อเป็นมนุษย์ เป็นสาวใช้ของพราหมณ์ มีหน้าที่จัดอาสนะสำหรับภิกษุ และจัดสลากภัตถวายภิกษุอยู่เนืองๆ. นางบริจาคทาน และรักษาศีลตลอดเวลา ผลแห่งกรรมดีของนางจึงได้บังเกิดวิมานแก้วงามเรืองรอง. พระราชาเสด็จผ่านวิมานต่างๆ อันงดงามโอฬารและ ได้ตรัสถามเทวสารถี ถึงผลบุญที่เหล่าเทพบุตรเทพธิดาเจ้าของวิมานเหล่านั้น ได้เคยประกอบไว้ เมื่อครั้งที่เกิดเป็นมนุษย์. มาตุลีก็ทูลให้ทราบโดยละเอียด. ความงามและความรื่นรมย์ในเทวโลก เป็นที่จับตาจับใจของพระราชาเนมิราชยิ่งนัก.

     ในที่สุด มาตุลีก็นำเสด็จพระราชา ไปถึงวิมานที่ประทับของพระอินทร์. เหล่าเทพยดาทั้งหลาย มีความ โสมนัสยินดีที่ได้พบพระราชา ผู้เคยทรงมีพระคุณต่อเทพยดาเหล่านั้น ตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก. เหล่าเทพได้ทูลเชิญ ให้พระราชาประทับอยู่ในวิมานของตน เพื่อเสวยทิพย์สมบัติอันรื่นรมย์ในดาวดึงส์. พระราชาตรัสตอบว่า "สิ่งที่ได้มาเพราะผู้อื่น ไม่เป็นสิทธิขาดแก่ตน หม่อมฉันปรารถนาจะประกอบกรรมดี เพื่อให้ได้รับผลบุญตามสิทธิอันควรแก่ตนเอง หม่อมฉันจะตั้งหน้าบริจาคทาน รักษาศีล สำรวมกาย วาจา ใจ เพื่อให้ได้รับผลแห่งกรรมดี เป็นสิทธิของหม่อมฉันโดยแท้จริง." พระราชาประทับอยู่ในดาวดึงส์ชั่วเวลาหนึ่ง แล้วจึงเสด็จกลับเมืองมิถิลา ได้ตรัสเล่าสิ่งที่ได้พบเห็นมาแก่ปวงราษฎร ทั้งสิ่งที่ได้เห็นในนรกและสวรรค์ แล้วตรัสชักชวนให้ประชาชนทั้งหลาย ตั้งใจมั่น ประกอบกรรมดี บริจาคทาน รักษาศีล เพื่อให้ได้ไปเกิด ในเทวโลก ได้รับความสุขสบายรื่นรมย์ในทิพยวิมาน. พระราชาเนมิราช ทรงครองแผ่นดินสืบต่อมาด้วยความเป็นธรรม ทรงตั้งพระทัยรักษาศีลและบริจาคทานโดยสม่ำเสมอมิได้ขาด. วันหนึ่ง เมื่อทอดพระเนตรเห็นเส้นพระเกศาหงอกขาว ก็สลดพระทัยในสังขาร ทรงดำริที่จะออกบวช เพื่อประพฤติพรหมจรรย์ จึงตรัสเรียกพระโอรสมาเฝ้าและทรงมอบราชสมบัติแก่พระราชโอรส หลังจากนั้นพระราชาเนมิราชก็ออกผนวช เจริญพรหมวิหาร ได้สำเร็จบรรลุธรรม ครั้นเมื่อสวรรคตก็ได้ไปบังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติอันรื่นรมย์. กุศลกรรมที่พระราชาทรงประกอบ อันส่งผลให้พระองค์ได้ไปสู่เทวโลกนั้น คือ การพิจารณาเห็นโทษของความชั่ว และความสยดสยองต่อผลแห่งกรรมชั่วนั้น และ อานิสงส์ของกรรมดีที่ส่งผลให้บุคคลได้เสวยสุขในทิพยสมบัติ อานิสงส์อันประเสริฐที่สุด คือ อานิสงส์แห่งการประพฤติพรหมจรรย์ คือการบวชเมื่อถึงกาลอันสมควร.

คติธรรม : บำเพ็ญอธิษฐานบารมี
การหมั่นรักษาความดีประพฤติชอบโดยตั้งใจ โดยมุ่งมั่น หากทำความดีแล้วย่อมได้ดี ประพฤติชั่วย่อมได้ผลชั่วตอบแทน นี้เป็นเรื่องที่สมควรยึดมั่นโดยแท้

คัดลอกจากเว็บไซด์   http://www.learntripitaka.com/
 หน้าแรก  ประวัติวัด  แผนที่ตั้ง ถาวรวัตถุ  ภาพจิตรกรรมฝาผนัง  ลำดับเจ้าอาวาส   จำนวนพระสงฆ์   วันสำคัญทางศาสนา   วันพระตามปักษ์
ตารางแสดงธรรม  ตารางอบรมกรรมฐาน  พุทธศาสนาวันอาทิตย์  ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ) หนังสือธรรมะ  แฟ้มภาพ  บอร์ดสนทนา
© Copyright 2004 Watsomanas.com All Right Reserved.