หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
 
 
 
  
 
     โคลงสุภาษิตคำพังเพย ประกอบด้วย โคลงสุภาษิต ๑๑๙ โคลง ซึ่งจารึกอยู่ บนแผ่นศิลา ที่กรอบประตูและหน้าต่าง ในพระวิหาร วัดโสมนัสวิหาร. โคลงสุภาษิตเหล่านี้ มีค่าสูงทางจิตรกรรม และศิลาจารึก เกี่ยวกับคำพังเพยของไทย ซึ่งจารึกไว้ ตั้งแต่สร้างวัดนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๙ คือ เมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้ว. เท่าที่ทราบ โคลงสุภาษิตทั้งหมดนี้ ทางวัดโสมนัสวิหาร ได้คัดลอกออกมา จัดพิมพ์เผยแพร่ไปแล้ว ๓ ครั้ง คือ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑, พ.ศ.๒๕๓๐ และในปี พ.ศ.๒๕๔๕.
    
     โคลงสุภาษิตเหล่านี้ มีแต่คำโคลง อยู่บนแผ่นศิลาจารึก พร้อมกับมีภาพจิตรกรรม อธิบายโคลงเหล่านี้ เป็นการอธิบายคำพังเพย ของไทยโบราณ พร้อมด้วยมีภาพประกอบ ในรูปจิตรกรรมไทย แต่ไม่ได้จารึก ชื่อคำพังเพยไว้ด้วย ทำให้ผู้อ่านส่วนใหญ่ ไม่ทราบว่า โคลงสุภาษิตเหล่านี้ ขยายคำพังเพยอะไร. ฉะนั้น ในการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๓ จึงได้ค้นหาคำพังเพย ที่ตรงกับคำโคลงสุภาษิตมาใส่ไว้ โดยความช่วยเหลือ ของอาจารย์ภาษาไทย และความเข้าใจของข้าพเจ้า (พระสาสนโสภณ ฐิตวัณโณ) แต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด. หากท่านผู้รู้ทราบแล้ว โปรดได้ช่วยแนะนำ มาทางวัดด้วย จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง.
 
๑. เรือล่มเมื่อจอดตาบอดเมื่อแก
   เรือจอดถึงแล้วล่ม หลุดลอย ไปเฮย
เมื่อแก่ตาบอดพลอย เพิ่มเข้า
ลาภใดหมั่นแสวงคอย คิดเร่ง หาแฮ
การเริ่มกลับเสียเค้า เมื่อใกล้มือถึง ฯ|ะ
 
๒. ปัดสวะให้พ้นตัว
   หินหักขว้างทุ่มทิ้ง โคนโพธิ์ เสียเฮย
ผิดชั่วอ้างตนโต แต่ได้
ยศใหญ่ท่านอิศโร รับชั่ว เถิดพ่อ
คิดเพื่อห่างตนไว้ ว่าให้พ้นตัว ฯ|ะ
 
๓. ขนทรายเข้าวัด
   ขนทรายคิดเพื่อเกื้อ การบุญ
เข้าใส่วัดมีคุณ ยิ่งล้น
ทำกิจมุ่งเกื้อหนุน แก่แผ่น ดินเฮย
มีแต่ชอบห่างพ้น ชั่วนั้นไป่มี ฯ|ะ
 
๔. อยู่บ้านอย่าห่างไฟ
   อยู่เหย้าจงอย่าเว้น ว่างไฟ
จุดก่อกองรวังไภย เหล่าร้าย
หากเกิดแต่ทิศใด ดูแน่ ถนัดแฮ
ไฟสว่างไม่คลับคล้าย เพื่อพ้นหมู่สัตรู ฯ|ะ
 
๕. อย่าหลงสุข
  เหล้นสนุกน์ราร่ำร้อง เริงนัก
ร่างไม่ทนแตกหัก ย่อยสิ้น
ควรคิดหย่อนผ่อนพัก ตามแต่ ควรเฮย
สุขดั่งเท่าปีกริ้น ย่อมน้อยอย่าหลง ฯ|ะ
 
๖. สี่ตีนยังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
   สัตว์มีทั้งสี่เท้า ขากราน
ยังเพลี่ยงพลาดเซซาน ห่อนยั้ง
นักปราชญ์เชี่ยวฉลาดชาญ รู้แม่น ยำเฮย
ถามไถ่บางคาบพลั้ง กล่าวเพี้ยนผิดธรรม ฯ|ะ
 
๗. บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น
   นกมากหมู่ใหญ่น้อย กินปลา
หมดไม่เหลือปักษา เฉี่ยวคั้น
น้ำไม่ขุ่นปะทุมา ไป่ย่อย ช้ำเลย
ลาภสิ่งหาชอบนั้น ห่อนร้อนฝูงชน ฯ|ะ
 
๘. ต้นร้ายปลายดี
   ต้นคดกอบก่อสร้าง อกุศล มากนา
เผลอปล่อยตามใจตน ไป่รู้
ภายหลังคอยผ่อนปรน เห็นชั่ว ดีเฮย
ทำแต่ชอบเพียรสู้ เหนี่ยวให้ปลายตรง ฯ|ะ
 
๙. เรือล่มในหนอง
   เรือมีทรัพย์ล่มน้ำ ในหนอง
คลำร่วมหาของ ย่อมได้
ยืมกู้ซึ่งทรัพย์ปอง ผู้มั่น คงเอย
เปรียบดั่งใส่หนองไว้ ห่อนสิ้ขาดศูนย์ ฯ|ะ
 
๑๐. เบาช้างถีบ
   อย่าดูถูกว่าช้าง ถีบเบา
ถูกแต่น้อยลงเทา เท่าล้ม
ผู้เป็นใหญ่โกรธเรา โทษใส่ มากนอ
อย่าหมิ่นควรกรานก้ม กล่าวถ้อยคำหวาน ฯ|ะ
 
๑๑. เสาศิลาสี่ศอก
   เสาสิลาไม่สั้น สี่ศอก ยาวเฮย
ทำเช่นหลักปักตอก แน่นพื้น
คนโยกบ่อยๆกลอก กลับขะเยี่อน คลอนนา
ผู้มั่นศีลสัจจ์สะทื้น หวั่นถ้อยคนหลาย ฯ|ะ
 
๑๒. ดับไฟแต่ต้นลม
   ไฟไหม้ลมยิ่งกล้า กลับตลบ
จะเร่งดับให้สงบ อย่างอ้าง
ศึกแรกเริ่มเข้ารบ และพึ่ง โกรธแฮ
จะกล่าวให้ละร้าง อย่าห้ามห่อนหาย ฯ|ะ
 
๑๓. กระเชอก้นรั่ว
   กระเชอทลุรั่วก้น ป่วยการ
ของใส่ไม่อยู่นาน หล่นได้
ภรรยาที่สาธาร ใจส่าย ออกเอย
ผัวหมั่นหาทรัพย์ให้ ไป่เกื้อปองผลาญ ฯ|ะ
 
๑๔. กระต่ายตื่นตูม
   ผลตาลหล่นสนั่นก้อง ตูมเสียง
กระต่ายตกใจเมียง ตื่นเต้น
คนขลาดหวั่นจิตต์เพียง พูดขู่ หลอกเฮย
วิ่งเที่ยวหลบซ่อนเร้น เร่งลี้หลีกไกล ฯ|ะ
 
๑๕. บ้าหอบฟาง
   คนบ้าเร่อร่าแท้ เที่ยวไป
สติพร่องหอบฟางไคล อย่างบ้า
คนโฉดเริ่มการใด ทำเปล่า ประโยชน์นา
กายเหนื่อยจนเมื่อยล้า ห่อนได้มีผล ฯ|ะ
 
๑๖. ตรองก่อนพูด
   ถักปลอกไว้เผื่อค้าน คงดี
หัวสิ่วรัดปลอกมี มั่นแท้
กล่าวคำแบ่งวาที ทวนนิ่ง นึกเฮย
ตรึกก่อนผ่อนผันแก้ ไป่แพ้ผ่ายหลัง ฯ|ะ
 
๑๗. อ้อยเข้าปากช้าง
   อ้อยลำยาวยื่นให้ ช้างกิน แล้วนา
จะแย่งจากปากคชินทร์ ไป่ได้
ลาภผู้ใหญ่ยศถวิล หวังแย่ง ท่านเฮย
คงไม่คืนมาให้ แน่แท้อย่าหมาย ฯ|ะ
 
๑๘. ผีซ้ำด้ามพลอย
   คนมีทุกข์ขุ่นข้อง ขัดสน
เสียย่อยยับทรัพย์จน เสื่อมม้วย
เพราะเขลาไม่รู้กล การล่อ ลวงนา
โขกที่หัวตัวด้วย คั่งแค้นตนเอง ฯ|ะ
 
๑๙. กินข้าวต้มกระโจมกลาง
   ข้าวต้มตักใหม่ร้อน ห่อนจาง
กินอย่ากระโจมกลาง ผ่าวลิ้น
ใจโลภยิ่งปล่อยวาง สติไป่ ตรึกเฮย
รีบเร่งด่วนจักสิ้น เสื่อมค้างความหมาย ฯ|ะ
 
๒๐. รีดเลือดปู
   หาเลือดปูห่อนได้    ดังคิด
ปูไม่มีเลือดติด มุ่งค้น
คนจนททรัพย์สักหนิด หนึ่งไป่ มีนา
ขู่ข่มเร่งทรัพย์ได้ แค่นคั้นป่วยการ ฯ|ะ
 
หน้าถัดไป
 
คัดลอกจากหนังสือ ธรรมเภรี เล่ม
 
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th