หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ)
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
   กระดานสนทนา
 
 
 
  
 
     โคลงสุภาษิตคำพังเพย ประกอบด้วยโคลงสุภาษิต ๑๑๙ โคลง ซึ่งจารึกอยู่บนแผ่นศิลาที่กรอบประตูและหน้าต่างในพระวิหารวัดโสมนัสวิหาร. โคลงสุภาษิตเหล่านี้มีค่าสูงทางจิตรกรรม และศิลาจารึกเกี่ยวกับคำพังเพยของไทย ซึ่งจารึกไว้ตั้งแต่สร้างวัดนี้ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๙๖-๒๓๙๙ คือเมื่อประมาณ ๑๕๐ ปีมาแล้ว. เท่าที่ทราบ โคลงสุภาษิตทั้งหมดนี้ ทางวัดโสมนัสวิหารได้คัดลอกออกมาจัดพิมพ์เผยแพร่ไปแล้ว ๓ ครั้ง คือเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑, พ.ศ.๒๕๓๐ และในปี พ.ศ.๒๕๔๕.
     โคลงสุภาษิตเหล่านี้มีแต่คำโคลงอยู่บนแผ่นศิลาจารึกพร้อมกับมีภาพจิตรกรรมอธิบายโคลงเหล่านี้ เป็นการอธิบายคำพังเพยของไทยโบราณ พร้อมด้วยมีภาพประกอบในรูปจิตรกรรมไทย แต่ไม่ได้จารึกชื่อคำพังเพยไว้ด้วย ทำให้ผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า โคลงสุภาษิตเหล่านี้ ขยายคำพังเพยอะไร. ฉะนั้น ในการจัดพิมพ์ครั้งที่ ๓ จึงได้ค้นหาคำพังเพยที่ตรงกับคำโคลงสุภาษิตมาใส่ไว้ โดยความช่วยเหลือของอาจารย์ภาษาไทยและความเข้าใจของข้าพเจ้า(พระสาสนโสภณ ฐิตวัณโณ) แต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด. หากท่านผู้รู้ทราบแล้วโปรดได้ช่วยแนะนำมาทางวัดด้วย จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง.
 
๑. เรือล่มเมื่อจอดตาบอดเมื่อแก่
   เรือจอดถึงแล้วล่ม หลุดลอย ไปเฮย
เมื่อแก่ตาบอดพลอย เพิ่มเข้า
ลาภใดหมั่นแสวงคอย คิดเร่ง หาแฮ
การเริ่มกลับเสียเค้า เมื่อใกล้มือถึง ฯ|ะ
 
๒. ปัดสวะให้พ้นตัว
   หินหักขว้างทุ่มทิ้ง โคนโพธิ์ เสียเฮย
ผิดชั่วอ้างตนโต แต่ได้
ยศใหญ่ท่านอิศโร รับชั่ว เถิดพ่อ
คิดเพื่อห่างตนไว้ ว่าให้พ้นตัว ฯ|ะ
 
๓. ขนทรายเข้าวัด
   ขนทรายคิดเพื่อเกื้อ การบุญ
เข้าใส่วัดมีคุณ ยิ่งล้น
ทำกิจมุ่งเกื้อหนุน แก่แผ่น ดินเฮย
มีแต่ชอบห่างพ้น ชั่วนั้นไป่มี ฯ|ะ
 
๔. อยู่บ้านอย่าห่างไฟ
   อยู่เหย้าจงอย่าเว้น ว่างไฟ
จุดก่อกองรวังไภย เหล่าร้าย
หากเกิดแต่ทิศใด ดูแน่ ถนัดแฮ
ไฟสว่างไม่คลับคล้าย เพื่อพ้นหมู่สัตรู ฯ|ะ
 
๕. อย่าหลงสุข
  เหล้นสนุกน์ราร่ำร้อง เริงนัก
ร่างไม่ทนแตกหัก ย่อยสิ้น
ควรคิดหย่อนผ่อนพัก ตามแต่ ควรเฮย
สุขดั่งเท่าปีกริ้น ย่อมน้อยอย่าหลง ฯ|ะ
 
๖. สี่ตีนยังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
   สัตว์มีทั้งสี่เท้า ขากราน
ยังเพลี่ยงพลาดเซซาน ห่อนยั้ง
นักปราชญ์เชี่ยวฉลาดชาญ รู้แม่น ยำเฮย
ถามไถ่บางคาบพลั้ง กล่าวเพี้ยนผิดธรรม ฯ|ะ
 
๗. บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น
   นกมากหมู่ใหญ่น้อย กินปลา
หมดไม่เหลือปักษา เฉี่ยวคั้น
น้ำไม่ขุ่นปะทุมา ไป่ย่อย ช้ำเลย
ลาภสิ่งหาชอบนั้น ห่อนร้อนฝูงชน ฯ|ะ
 
๘. ต้นร้ายปลายดี
   ต้นคดกอบก่อสร้าง อกุศล มากนา
เผลอปล่อยตามใจตน ไป่รู้
ภายหลังคอยผ่อนปรน เห็นชั่ว ดีเฮย
ทำแต่ชอบเพียรสู้ เหนี่ยวให้ปลายตรง ฯ|ะ
 
๙. เรือล่มในหนอง
   เรือมีทรัพย์ล่มน้ำ ในหนอง
คลำร่วมหาของ ย่อมได้
ยืมกู้ซึ่งทรัพย์ปอง ผู้มั่น คงเอย
เปรียบดั่งใส่หนองไว้ ห่อนสิ้ขาดศูนย์ ฯ|ะ
 
๑๐. เบาช้างถีบ
   อย่าดูถูกว่าช้าง ถีบเบา
ถูกแต่น้อยลงเทา เท่าล้ม
ผู้เป็นใหญ่โกรธเรา โทษใส่ มากนอ
อย่าหมิ่นควรกรานก้ม กล่าวถ้อยคำหวาน ฯ|ะ
 
๑๑. เสาศิลาสี่ศอก
   เสาสิลาไม่สั้น สี่ศอก ยาวเฮย
ทำเช่นหลักปักตอก แน่นพื้น
คนโยกบ่อยๆกลอก กลับขะเยี่อน คลอนนา
ผู้มั่นศีลสัจจ์สะทื้น หวั่นถ้อยคนหลาย ฯ|ะ
 
๑๒. ดับไฟแต่ต้นลม
   ไฟไหม้ลมยิ่งกล้า กลับตลบ
จะเร่งดับให้สงบ อย่างอ้าง
ศึกแรกเริ่มเข้ารบ และพึ่ง โกรธแฮ
จะกล่าวให้ละร้าง อย่าห้ามห่อนหาย ฯ|ะ
 
๑๓. กระเชอก้นรั่ว
   กระเชอทลุรั่วก้น ป่วยการ
ของใส่ไม่อยู่นาน หล่นได้
ภรรยาที่สาธาร ใจส่าย ออกเอย
ผัวหมั่นหาทรัพย์ให้ ไป่เกื้อปองผลาญ ฯ|ะ
 
๑๔. กระต่ายตื่นตูม
   ผลตาลหล่นสนั่นก้อง ตูมเสียง
กระต่ายตกใจเมียง ตื่นเต้น
คนขลาดหวั่นจิตต์เพียง พูดขู่ หลอกเฮย
วิ่งเที่ยวหลบซ่อนเร้น เร่งลี้หลีกไกล ฯ|ะ
 
๑๕. บ้าหอบฟาง
   คนบ้าเร่อร่าแท้ เที่ยวไป
สติพร่องหอบฟางไคล อย่างบ้า
คนโฉดเริ่มการใด ทำเปล่า ประโยชน์นา
กายเหนื่อยจนเมื่อยล้า ห่อนได้มีผล ฯ|ะ
 
๑๖. ตรองก่อนพูด
   ถักปลอกไว้เผื่อค้าน คงดี
หัวสิ่วรัดปลอกมี มั่นแท้
กล่าวคำแบ่งวาที ทวนนิ่ง นึกเฮย
ตรึกก่อนผ่อนผันแก้ ไป่แพ้ผ่ายหลัง ฯ|ะ
 
๑๗. อ้อยเข้าปากช้าง
   อ้อยลำยาวยื่นให้ ช้างกิน แล้วนา
จะแย่งจากปากคชินทร์ ไป่ได้
ลาภผู้ใหญ่ยศถวิล หวังแย่ง ท่านเฮย
คงไม่คืนมาให้ แน่แท้อย่าหมาย ฯ|ะ
 
๑๘. ผีซ้ำด้ามพลอย
   คนมีทุกข์ขุ่นข้อง ขัดสน
เสียย่อยยับทรัพย์จน เสื่อมม้วย
เพราะเขลาไม่รู้กล การล่อ ลวงนา
โขกที่หัวตัวด้วย คั่งแค้นตนเอง ฯ|ะ
 
๑๙. กินข้าวต้มกระโจมกลาง
   ข้าวต้มตักใหม่ร้อน ห่อนจาง
กินอย่ากระโจมกลาง ผ่าวลิ้น
ใจโลภยิ่งปล่อยวาง สติไป่ ตรึกเฮย
รีบเร่งด่วนจักสิ้น เสื่อมค้างความหมาย ฯ|ะ
 
๒๐. รีดเลือดปู
   หาเลือดปูห่อนได้    ดังคิด
ปูไม่มีเลือดติด มุ่งค้น
คนจนททรัพย์สักหนิด หนึ่งไป่ มีนา
ขู่ข่มเร่งทรัพย์ได้ แค่นคั้นป่วยการ ฯ|ะ
 
  หน้าถัดไป
 
 
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th