(๑) ทาน
     หมายถึง พระราชทานพัสดุสิ่งของ หรือปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวิต แก่ผู้สมควรได้รับ ได้แก่ พระภิกษุสงฆ์ และราษฎรผู้ยากไร้ เป็นต้น. นอกจากนี้ยังรวมถึงการพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ แก่พระราชวงศานุวงค์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามสมควรแก่ฐานะ.


(๒) ศีล
     หมายถึง การทรงศีล หรือการที่ทรงตั้งสังวรรักษาพระอาการกาย วาจา ให้สะอาด ปราศจากโทษอันควรครหา. พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธา ในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จออกทรงผนวช เพื่อทรงศึกษาและปฎิบัติพระธรรมวินัย อุทิศพระราชกุศลพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย.


(๓) บริจาค
     หมายถึง การที่พระองค์ พระราชบริจาคไทยธรรม หรือสิ่งของที่พระราชทาน ให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่พระราชวงศานุวงค์ และทูลข้าละอองธุลีพระบาท ตามฐานะที่ราชการฉลองพระเดชพระคุณ รวมทั้งพระราชทาน แก่ประชาชนผู้ยากไร้ ได้อาศัยเลี้ยงชีวิต.


(๔) อาชวะ
     หมายถึง ความซื่อตรง ทรงมีพระราชอัฌชาสัย อันประกอบด้วยความซื่อตรง ดำรงในสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อพระราชสัมพันธมิตรและพระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาททั้งปวง ไม่ทรงคิดลวง ประทุษร้าย โดยอุบายผิดยุติธรรม.


(๕) มัททวะ
     หมายถึง ความอ่อนโยน ทรงมีพระราชอัฌชาสัยอ่อนโยน ไม่ดื้อดึงถือพระองค์ แม้มีผู้ตักเตือนในบางอย่าง ด้วยความมีเหตุผล ก็จะทรงพิจารณาโดยถี่ถ้วน. ถ้าถูกต้องดีชอบ ก็ทรงอนุโมทนา และปฎิบัติตาม. ทรงสัมมาคารวะอ่อนน้อม แก่ท่านผู้เจริญโดยวัย และโดยคุณ ไม่ทรงดูหมิ่น.


(๖) ตบะ
     หมายถึง ความเพียร ทรงสมาทานกุศลวัตร ด้วยการเอาพระราชหฤทัยใส่ ในการปกครองพระราชอาณาเขต และประชาชน ให้มีความสุขปราศจากภยันตราย. ตลอดถึงการที่ทรงมีพระอุตสาหะอันแรงกล้า ในกุศลสมาทาน ระวังบาปที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพื่อจะกำจัดบาปกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว ให้เสื่อมสูญ ไม่ตั้งอยู่ในพระสันดาน.


(๗) อักโกธะ
     หมายถึง ความไม่โกรธ ทรงมีพระกริยาที่ไม่โกรธ โดยวิสัยมิใช่เหตุที่ควรโกรธ. แม้มีเหตุที่ให้ทรงพระพิโรธ แต่ทรงข่มเสีย ให้อันตรธานสงบระงับไป ด้วยทรงมีพระเมตตาอยู่เสมอ. ไม่ทรงปรารถนาจะก่อภัย ก่อเวรแก่ผู้ใด.


(๘) อวิหิงสา
     หมายถึง ความไม่เบียดบียน ด้วยทรงมีพระราชอัฌชาสัย กอปรด้วยพระราชกรุณา. ไม่ทรงปรารถนา จะก่อทุกข์แก่ผู้ใด แม้กระทั่งสัตว์. ไม่ทรงเบียดเบียนพระราชวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และอาณาประชาราษฎร์ ให้ลำบาก ด้วยเหตุอันไม่ควรกระทำ.


(๙) ขันติ
     หมายถึง ความอดทน ทรงมีพระราชหฤทัยดำรงมั่นในขันติ มีความอดทนต่อสิ่งที่ควรอดทน เช่น อดทนต่อทุกข์ อดทนต่อเวทนาอันเกิดขึ้นในพระกาย. และทรงมีพระขันติเมตตากรุณาธิคุณ งดโทษผู้มีความประมาท กระทำผิดล่วงพระอาญา และควรจะลงราชทัณฑ์ แต่ก็ทรงระงับ ด้วยความอดทนไว้ได้.


(๑๐) อวิโรธนะ
     หมายถึง ความเที่ยงธรรม ทรงรักษาความยุติธรรมไม่ให้แปรผันจากสิ่งที่ตรง และดำรงพระอาการไม่ยินดี ยินร้าย ต่ออำนาจอคติทั้งปวง. หรืออีกนัยหนึ่ง คือความไม่ประพฤติผิด ในขัตติยราชประเพณี ทรงดำรงอยู่ในพระราชจริยาวัตร ของพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง.

 

 
คัดลอกจากเว็บไซด์   http://larndham.net/
 หน้าแรก  ประวัติวัด  แผนที่ตั้ง ถาวรวัตถุ  ภาพจิตรกรรมฝาผนัง  ลำดับเจ้าอาวาส   จำนวนพระสงฆ์   วันสำคัญทางศาสนา   วันพระตามปักษ์
ตารางแสดงธรรม  ตารางอบรมกรรมฐาน  พุทธศาสนาวันอาทิตย์  ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ) หนังสือธรรมะ  แฟ้มภาพ  บอร์ดสนทนา
© Copyright 2004 Watsomanas.com All Right Reserved.