หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ)
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
   กระดานสนทนา
 
 
 
  
คำอาราธนาศีล ๘
       มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐะ สีลานิยาจามะ ฯ
   ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ,, ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐะ สีลานิยาจามะ ฯ
   ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต, วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ, ติสะระเณนะ สะหะ, อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ ฯ
 
การถึงพระรัตนตรัย(ว่าตามพระ)
  นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่าตามพระ ๓ จบ)
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
พระว่า "ติสะระณะคะมะมัง นิฏฐิตัง" (รับว่า" อามะ ภันเต")
 

คำสมาทานศีล ๘(ว่าตามพระ)

  ๑. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๒. อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๓. อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๔. มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๕. สุราเมระยะ มัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  ๖. วิกาละโภชะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๗.นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนะ มาลาคันธะวิเลปะนะ ธาระณะมัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
๘. อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
  (พระจะสรุปท้ายศีลว่า)
อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย (รับว่า “สาธ ุ ภันเต”)
 
ถ้าให้อุโบสถศีล ใช้นำว่าต่อจากข้อสุดท้าย ทีละตอน ดังนี้
อิมัง อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง, อิมัญจะ รัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง, สัมมะเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ ฯ
(พระสรุปว่า) อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ, อุโปสะถะสีละวะเสนะ, ตุมเหหิ อุปาสะกะอุปาสิกาภูเตหิ, สาธุกัง กัตวา, รักขิตัพพานิ ฯ (รับว่า"สาธุ ภันเต)
 
แปลศีล ๘
  ๑. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง และ่ใช้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ฆ่า
๒.ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากลักฉ้อข้าวของเขาด้วยตนเอง และ่ใช้ผู้ใดผู้หนึ่งให้ลักและฉ้อ
๓.ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากประพฤติอสัทธรรม เป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์
๔. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากเจรจาคำเท็จ คือคำไม่จริง
๕. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือดื่มกินเหล้า และเครื่องดองที่เป็นของเมาทั้งปวง
๖. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือเว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือตั้งแต่พระอาทิตย์เที่ยงแล้วไป จนถึงเวลาอรุณตั้งขึ้นมาใหม่
๗. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง และประโคมเครื่องดนตรีต่าง ๆ และดูการละเล่นที่เป็นข้าศึกแก่บุญแก่กุศล และทัดทรงตกแต่งประดับประดาซึ่งร่างกาย ด้วยระเบียบดอกไม้และของหอม เครื่องทาเครื่องย้อมผัดผิวให้งามต่าง ๆ
๘. ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท คือ เว้นจากนั่งนอนเหนือเตียงตั่ง ที่มีเท้าสูงกว่าประมาณ และที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ มีภายในใช้นุ่นและสำสี และเครื่องปูลาดอันวิจิตรงามแล้ว ไปด้วยเงินและทองต่าง ๆ
คำสรุปท้ายศีล
  ข้าพเจ้าขอสมาทานอุโบสถ อันประกอบไปด้วยองค์ ๘ ประการนี้ เป็นวัตรอันพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ เพื่อจะรักษาไปให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยดี สิ้นวันหนึ่งคืนหนึ่ง ณ เวลาวันนี้ ขอกุศลอันนี้จงเป็นอุปนิสัย เป็นปัจจัยแก่พระนิพพาน ในอนาคตกาลนั้นเทอญ ฯ
 
 
คัดลอกจากซีดีรอมพระไตรปิฎก
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th