(๑) ธรรมะมีอุปการะมาก ๒
๑. สต
ความระลึกได้.
๒. สัมปชัญญะ
ความรู้ตัว.


(๒) ธรรมเป็นโลกบาล ๒ (คือ คุ้มครองโลก )
๑. หิร ความละอายแก่ใจ.
๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัว.


(๓) ธรรมอันทำให้งาม ๒
๑. ขันติ ความอดทน.
๒. โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม.


(๔) บุคคลหาได้ยาก ๒
๑. บุพพการี บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน.
๒. กตัญญูกตเวท บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และทำตอบแทน.


(๕) อริยบุคคล ๒
๑. พระเสขะ พระผู้ยังต้องศึกษา
๒. พระอเสขะ พระผู้ไม่ต้องศึกษา
องฺ. ทุก. ๒๐/๘๐.
อธิบาย : พระอริยบุคคล ๗ เบื้องต้น ชื่อว่าพระเสขะ เพราะเป็นผู้ยังต้องปฏิบัติเพื่อมรรคผลเบื้องสูงขึ้นไป. พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในพระอรหัตตผล ชื่อว่าพระอเสขะ เพราะเสร็จกิจอันจะต้องทำแล้ว [จงดูอริยบุคคล ๘].


(๖) กัมมัฏฐาน ๒
๑. สมถกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานเป็นอุบายสงบใจ
๒. วิปัสสนากัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานเป็นอุบายให้เกิดปัญญา.
องฺ. ทุก. ๒๐/๗๗.
อธิบาย : กัมมัฏฐานเนื่องด้วยบริกรรม ไม่เกี่ยวกับปัญญา จัดเป็นสมถกัมมัฏฐาน. กัมมัฏฐานเนื่องด้วยทัสสนะทางใจ ในคติของธรรมดา ปรารภสภาวธรรมและสามัญญลักษณะ จัดเป็นวิปัสสนากัมมัฏฐาน. ภาวนา ๒ ก็เรียก.


(๗) กาม ๒
๑. กิเลสกาม กิเลสเป็นเหตุใคร่
๒. วัตถุกาม พัสดุอันน่าใคร่.
ขุ. มหา. ๒๙/๑.
อธิบาย : กิเลสกาม ได้แก่กิเลสให้ใคร่ คือ ราคะ โลภะ อิจฉาคือความอยากได้ อิสสาคือความริษยาหรือความหึง อรติความไม่ยินดี อสันตุฏฐิคือความไม่สันโดษ เป็นอาทิ. วัตถุกามได้แก่กามคุณ ๕ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์อันเป็นที่น่าปรารถนารักใคร่ชอบใจ.


(๘) ทิฏฐิ ๒
๑. สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าเที่ยง
๒. อุจเฉททิฏฐิ ความเห็นว่าขาดศูนย์.
สํ. ขนฺธ. ๑๗/๑๒๐.
อธิบาย : ทิฏฐิ แปลว่า ความเห็น ใช้เป็นคำกลาง ๆ ก็มี จะให้รู้ว่าดีหรือชั่ว เติมคำหมายต่างเข้า เช่น "สมฺมาทิฏฺฐิ" ความเห็นชอบ "มิจฺฉาทิฏฺฐิ" ความเห็นผิด "ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน" ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ "ทิฏฺฐิวิปนฺโน" วิบัติด้วยทิฏฐิ. แต่โดยมากใช้หมายความข้างเห็นผิด เช่นทิฏฐิ ๒ นี้. ความเห็นว่าในโลกนี้ไม่มีอะไร สูญ แม้ในภาษาสํสกฤตว่า "อาตมัน" เรียกในภาษมคธว่า "อัตตา" ก็มี "ชีโว" ก็มี เรียกในภาษาไทยว่า "เจตภูต" เป็นธรรมชาติไม่สูญ ย่อมถือปฏิสนธิในกำเนิดอื่นสืบไป จัดเป็นสัสสตทิฏฐิ. ความเห็นปฏิเสธภาวะอย่างนั้น ถือว่าคนและสัตว์จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เป็นขาดสูญ จัดเป็นอุจเฉททิฏฐิ.


(๙) เทสนา ๒
๑. ปุคคลาธิฏฐานา มีบุคคลเป็นที่ตั้ง
๒. ธัมมาธิฏฐานา มีธรรมเป็นที่ตั้ง.
สทฺ. ปฏิ. ๗๗.
อธิบาย: เทสนาแสดงโดยสมมติ กล่าวถึงบุคคลเป็นตัวอย่างเรียกปุคคลาธิฏฐาน. เทสนาแสดงโดยสภาวะ ยกธรรมเป็นที่ตั้ง เรียกธัมมาธิฏฐาน. อุทาหรณ์แสดงว่า บุคคลมีศรัทธา มีความเพียร มีสติ ได้สมาธิ มีปัญญาเป็นเช่นนั้น ๆ นี้ปุคคลาธิฏฐาน.แสดงว่า ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เป็นเช่นนั้น ๆ นี้ธรรมาธิฏฐาน.


(๑๐) ธรรม ๒
๑. รูปธรรม สภาวะเป็นรูป
๒. อรูปธรรม สภาวะมิใช่รูป.
อภิ. สงฺ. ๒.


(๑๑) ธรรม ๒
๑. โลกิยธรรม ธรรมอันเป็นวิสัยของโลก
๒. โลกุตตรธรรม ธรรมอันพ้นวิสัยของโลก.
อภิ. สงฺ. ๒.
อธิบาย: มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ รวมเป็น ๙ จัดเป็นโลกุตตรธรรม เหลือจากนั้นเป็นโลกิยธรรม.


(๑๒) ธรรม ๒
๑. สังขตธรรม ธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง
๒. อสังขตธรรม ธรรมอันปัจจัยไม่ปรุงแต่ง.
องฺ. จตุกฺก. ๒๐ ๔๔.
อธิบาย : สิ่งหรือสภาพมีเกิดในเบื้องต้น มีแปรไปในท่ามกลาง มีดับในที่สุด เป็นสังขตธรรม. อีกอย่างหนึ่ง สภาพเกิดแต่เหตุทั้งปวง จัดเป็นสังขตธรรม. พระนิพพานจัดเป็นอสังขตธรรม.


(๑๓) นิพพาน ๒
๑. สอุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสยังมีเบญจขันธ์เหลือ
๒. อนุปาทิเสสนิพพาน ดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือ.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๕๘. องฺ. นวก. ๒๓/๓๙๔.
อธิบาย: โดยบุคคลาธิฏฐาน พระอริยเจ้าผู้ละกิเลสได้สิ้นเชิงด้วยพระอรหัตมรรคแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตผล เป็นพระอรหันต์ยังทรงชีพอยู่ จัดว่าได้บรรลุสอุปาทิเสสนิพพาน ครั้นสิ้นชีพแล้ว จัดว่าได้บรรลุอนุปาทิเสสนิพพาน.


(๑๔) บูชา ๒
๑. อามิสบูชา บูชาด้วยสิ่งของ
๒. ปฏิปัตติบูชา บูชาด้วยปฏิบัติตาม.
องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๗.


(๑๕) ปฏิสันถาร ๒
๑. อามิสปฏิสันถาร ปฏิสันถารด้วยสิ่งของ
๒. ธัมมปฏิสันถาร ปฏิสันถารโดยธรรม.
องฺ. ทุก. ๒๐/๑๑๖.
อธิบาย: ปฏิสันถาร ได้แก่ การต้อนรับแขกผู้มาถึงถิ่น. อามิสปฏิสันถาร ได้แก่ ต้อนรับด้วยให้สิ่งของ เช่น ให้น้ำร้อน หมากพลู อาหารเป็นต้น. ธัมมปฏิสันถาร คือกล่าวธรรมให้ฟัง หรือแนะนำกันในทางธรรม.


(๑๖) ปริเยสนา ๒
๑. อริยปริเยสนา แสวงหาอย่างประเสริฐ
๒. อนริยปริเยสนา แสวงหาอย่างไม่ประเสริฐ.
ม. มู. ๑๒/๓๑๔.
อธิบาย : สัมมาอาชีวะ เป็นอริยปริเยสนา. มิจฉาอาชีวะเป็นอนริยปริเยสนา. ในพระสูตรแสดงว่า แสวงหาสภาพอันมิใช่ของมีชรา พยาธิ มรณะ เป็นธรรม คือคุณธรรมมีพระนิพพานเป็นอย่างสูง เป็นอริยปริเยสนา แสวงหาของมีชรา พยาธิ มรณะ เป็นธรรม เช่นหาของเล่น เป็นอนริยปริเยสนา.


(๑๗) ปาพจน์ ๒
๑. ธรรม
๒. วินัย
ที. มหา. ๑๐/๑๗๘.
อธิบาย: ความปฏิบัติไม่ได้เนื่องด้วยระเบียบอันทรงตั้งไว้ด้วยพุทธอาณา เป็นสิกขาบทหรืออภิสมาจาร เป็นทางนำความประพฤติและอัธยาศัยให้ประณีตขึ้น จัดเป็นธรรม. ความปฏิบัติเนื่องด้วยระเบียบอย่างนั้น เป็นทางนำความประพฤติให้สม่ำเสมอกัน หรือเป็นเครื่องบริหารคณะ จัดเป็นวินัย.


(๑๘) รูป ๒
๑. มหาภูตรูป รูปใหญ่
๒. อุปาทายรูป รูปอาศัย.
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๒๗๕. ม. อุป. ๑๔/๗๕.
อธิบาย: สิ่งอันเป็นวิสัยแห่งอายตนะภายใน ๕ ข้างต้น จัดเป็นรูปในเบญจขันธ์. สิ่งอันเป็นวิสัยของจักษุเท่านั้น จัดเป็นรูปในอายตนะภายนอก. ธาตุ ๔ คือ ปฐวี อาโป เตโช วาโย จัดเป็นมหาภูตรูป. อาการของมหาภูตรูป จัดเป็นอุปาทายรูป. ประเภทแห่งอุปาทายรูป แสดงไว้ในพระอภิธัมมัตถสังคหะ คือประสาท ๕ สิ่งที่ให้สำเร็จการเห็น เรียกจักขุปสาท ๑, สิ่งที่ให้สำเร็จการฟังเรียกโสตปสาท ๑, สิ่งที่ให้สำเร็จการดม เรียกฆานปสาท ๑, สิ่งที่ให้สำเร็จการลิ้ม เรียกชิวหาปสาท ๑, สิ่งที่ให้สำเร็จการรู้สึกผัสสะเรียกกายปสาท ๑, หรือเรียกสั้นเพียง จักขุ โสต ฆาน ชิวหา กาย โคจร (คืออารมณ์) ๕ รูปอันเป็นวิสัยแห่งจักขุ ๑, เสียง ๑, กลิ่น ๑, รส ๑, โผฏฐัพพะ (ยกอาโปนับแต่ ๓) ๑. ภาวะ ๒ อิตถีภาวะความเป็นหญิง ๑, ปุริสภาวะ ความเป็นชาย ๑. หทัย หมายเอาสิ่ง ที่ให้สำเร็จความคิด ๑. ชีวิตินทรีย์ หมายเอาความเป็นอยู่แห่งรูป หรือสิ่งที่รักษารูปให้เป็นอยู่ ๑. อาหารหมายเอาโอชา ๑. อากาสธาตุหมายเอาสิ่งที่ขังอยู่ในช่องว่าง เรียกปริจเฉทรูป ๑. วิญญัตติ ๒ คือกายวิญญัตติ กิริยาที่ไหวกายได้ ๑, วจีวิญญัตติ กิริยาที่ไหววาจา คือพูดได้ ๑. วิการ คืออาการต่าง ๓ ลหุตา ความเบา อธิบายว่ารูปของคนยังเป็น ไม่หนักดุจรูปของคนตายแล้ว ๑, มุทุตา ความอ่อนสลวย อธิบายว่า รูปยังปกติมีข้อลำ อาจคู้หรือเหยียดคล่องแคล่วไม่แข็งกระด้าง ดุจรูปของคนเจ็บคนตายแล้ว ๑, กัมมัญญตา ความควรแก่การงาน คือความคล่องแคล่ว ๑. ลักขณะ ๔ คือ อุจจยะความรู้จักเติบขึ้น ๑, สันตติ ความสืบเนื่องกัน เช่น ขนเก่าหลุดร่วงไปใหม่เกิดแทนกัน ๑, ชรตา ความรู้จักทรุดโทรม ๑, อนิจจตาความไม่ยั่งยืน ๑. สิริเป็น ๒๕ รวมทั้ง ๒ ประเภทเป็น ๒๙ แต่ในปกรณ์นับเป็น ๒๘. ในที่บางแห่งนับโคจรเพียง ๔ ยกโผฏฐัพพะที่เป็นประเภทเดียวกับรูป จึงลง ๒๘ พอดี.


(๑๙) วิมุตติ ๒
๑. เจโตวิมุตต ความหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งใจ
๒. ปัญญาวิมุตตความหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งปัญญา.
องฺ. ทุก. ๒๐/๗๘.,๑๐๔. อง. นวก. ๒๓/๔๗๓.
อธิบาย : ความทำจิตให้หลุดพ้นจากกิเลสาสวะ ถึงความบริสุทธิ์โดยนิปปริยาย เรียกวิมุตติ๑. วิมุตติมีสมาธิเป็นปทัฏฐาน คือ ท่านผู้บรรลุได้ฌานมาก่อนแล้ว จึงบำเพ็ญวิปัสสนาต่อ จัดเป็นเจโตวิมุตติ. วิมุตติที่ได้บรรลุด้วยลำพังบำเพ็ญวิปัสสนาล้วน จัดเป็นปัญญาวิมุตติ. อย่างต้น ได้แก่วิมุตติของพระอรหันต์ผู้ได้บรรลุวิชชา ๓ และผู้ได้อภิญญา ๖. อย่างหลัง ได้แก่วิมุตติของพระอรหันต์สุขวิปัสสก๒. อีกอย่างหนึ่ง ท่านแสดงไว้โดยไม่ต่างกันทั้ง ๒ ชื่อหมายเอาพระอรหันต์ เรียกเจโตวิมุตติ เพราะพ้นจากราคะ เรียกปัญญาวิมุตติเพราะพ้นจากอวิชชา.


(๒๐) สังขาร ๒
๑. อุปาทินนกสังขาร สังขารมีใจครอง
๒. อนุปาทินนกสังขาร สังขารไม่มีใจครอง.
วิ. ขนฺธ. ตติย. ๒๐.
อธิบาย: สิ่งที่ธรรมดาคุมเข้าจากธาตุ เช่น ร่างกายและต้นไม้ก็ดี สิ่งที่คนคุมเข้าจากสัมภาระ เช่น รถและเรือนก็ดี ชื่อว่าสังขาร. เทวดา มนุษย์ อมนุษย์ และดิรัจฉานต่างประเภท เป็นอุปาทินนกสังขาร. ภูเขา ต้นไม้ รถ เรือน เป็นต้น เป็นอนุปาทินนกสังขาร.


(๒๑) สมาธิ ๒
๑. อุปจารสมาธิ สมาธิเป็นแต่เฉียด ๆ
๒. อัปปนาสมาธิ สมาธิอันแน่แน่ว.
วิ. สมาธิ. ทุติย. ๑๙๔. ม. มู. ๑๒/๓๘๑. (โดยความ)
อธิบาย : การทำใจให้นิ่ง คือมีอารมณ์เดียว จัดเป็นสมาธิ. สมาธิอันยังไม่ดิ่งลงไปแท้ เป็นแต่จวน ๆ จัดเป็นอุปจารสมาธิ. สมาธิอันดิ่งลงไป สุขุมกว่าอุปจารสมาธิ จัดเป็นอัปปนาสมาธิ.


(๒๒) สุข ๒
๑. กายิกสุข สุขทางกาย
๒. เจตสิกสุข สุขทางใจ.


(๒๓) สุข ๒
๑. สามิสสุข สุขอิงอามิส คือกามคุณ
๒. นิรามิสสุข สุขไม่อิงอามิส คืออิงเนกขัมมะ.
องฺ. ทุก. ๒๐/๑๐๑.
ทุกข์อย่างละ ๒ พึงรู้โดยปฏิปักขนัยต่อสุข.


(๒๔) สุทธิ ๒
๑. ปริยายสุทธิ หมดจดโดยเอกเทส
๒. นิปปริยายสุทธิ หมดจดโดยสิ้นเชิง.
มโน. ปู. ทุติย. ๔.
อธิบาย : ปฏิบัติกาย วาจา ใจ บริสุทธิ์เป็นอย่าง ๆ ยังมีการละและการบำเพ็ญเป็นกิจอยู่อีก จัดเป็นปริยายสุทธิ. ความบริสุทธิ์ของพระอรหันต์ ผู้เสร็จกิจในการละและการบำเพ็ญแล้ว จัดเป็นนิปปริยายสุทธิ.

 

 

 

 

 

 
 หน้าแรก  ประวัติวัด  แผนที่ตั้ง ถาวรวัตถุ  ภาพจิตรกรรมฝาผนัง  ลำดับเจ้าอาวาส   จำนวนพระสงฆ์   วันสำคัญทางศาสนา   วันพระตามปักษ์
ตารางแสดงธรรม  ตารางอบรมกรรมฐาน  พุทธศาสนาวันอาทิตย์  ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ) หนังสือธรรมะ  แฟ้มภาพ  บอร์ดสนทนา
© Copyright 2004 Watsomanas.com All Right Reserved.