หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ)
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
   กระดานสนทนา
 
 
 
  
๕. พระสิริปัญญามุนี (เยี่ยม ตทุตฺตสิริ)

ชาติภูมิ 
             พระสิริปัญญามุนี มีนามเดิมว่า เยี่ยม เกิดเมื่อปีมะเมีย พ.ศ. ๒๔๑๓ ที่บ้านหม้อ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ท่านเคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ได้เบื่อหน่ายการครองเรือน จึงได้เข้าบวชในพระพุทธศาสนา ที่วัดโสมนัสวิหาร โดยมีพระราชพงษ์ปฏิพัทธ์ (ม.ร.ว. ล้น กล้วยไม้) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีฉายาว่า ตทุตฺตสิริ และได้อยู่วัดโสมนัสวิหารตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่เอาภาระธุระทางศาสนา และได้เป็น กำลังของวัดรูปหนึ่ง เพราะได้อยู่วัดโสมนัสวิหารมาถึง สมัยของเจ้าอาวาสที่ครองวัดนี้ คือตั้งแต่สมัยท่านเจ้าคุณ พระราชพงษ์ปฏิพัทธ์อุปัชฌาย์ของท่าน จนถึงสมัยท่านเจ้าคุณพระพุทธวิริยากร ท่านได้เป็น กำลังสำคัญรูปหนึ่งในการซ่อมแซม พระอุโบสถ และพระวิหารซึ่งเป็นการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่
           ในสมัยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ยัง) ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูสมุห์และพระครูวินัยธร ตามลำดับ อันเป็นฐานานุกรมของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และเมื่อท่านย้ายจากคณะ มาอยู่คณะ ท่านก็ได้รับหน้าที่ในวัดเป็นเจ้าหน้าที่ในวัด โดยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาของสงฆ์ (ภัณฑาคาริก) และเป็นเจ้าหน้าที่รักษาพระวิหารด้วย

เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๕ ของวัดโสมนัสวิหาร
              
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสิริปัญญามุนี ครั้นต่อมา ในวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ เมื่อท่านเจ้าพระคุณพระพุทธวิริยากรได้ถึงมรณภาพลง ท่านก็ได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ครั้นต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในนามเดิมว่า "พระสิริปัญญามุนี" และเป็นเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร

             ในสมัยที่ท่านเจ้าคุณพระสิริปัญญามุนีเป็นเจ้าอาวาสอยู่นี้ เป็นสมัยสงครามเอเชียบูรพาในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 การก่อสร้างซ่อมแซมต่างๆ ภายในวัดต้องหยุดชะงักหมด ทั้งทุนในการก่อสร้างก็มีน้อย ถึงแม้จะมีทุนก็ทำไม่ได้ การศึกษาและการปฏิบัติก็พอทรงอยู่ ทั้งพระภิกษุสามเณรก็น้อยลง เพราะอยู่ในยามสงคราม ผู้ที่จะบวชใหม่ก็ไม่ค่อยมี ผู้ที่จะเข้ามาจากต่างจังหวัดก็มีน้อย ส่วนในด้านการจัดผลประโยชน์ของวัดเกี่ยวกับไวยาวัจกรนั้น ก็ได้จัดให้มีเป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการเสียหายที่จะบังเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของวัดโดยมีกรรมการวัดเป็นผู้ช่วยเหลือ

             ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เทศบาลนครกรุงเทพฯ(ในสมัยนั้น) ได้ขออนุญาตรื้อศาลาหน้าวัดริมคลองผดุงกรุงเกษมรวม หลัง และตัดต้นไม้ริมคลองทั้งหมด เพื่อปรับปรุงกรุงเทพมหานครให้สวยงาม ศาลาและต้นไม้เดิมของวัดที่ริมคลองจึงหายไป เทศบาลได้ทำเขื่อนและปรับปรุงริมคลองใหม่ แต่ทางวัดยังคงบอกเขตจำพรรษาถึงคลองตามเดิม

             ครั้นถึงวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านเจ้าคุณพระสิริปัญญามุนี ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา สิริรวมอายุของท่านได้ ๗๗ ปี และครองวัดอยู่ ปี
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th