หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
 
 
 
  
วันวิสาขบูชา

ตรงกับวัน ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เดือน ๖
     ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขบุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชา ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗
ความสำคัญ      วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่ง ทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ
๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยาน ลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืด วันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช
๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบัน สถานที่ตรัสรู้แห่งนี้ เรียกว่าพุทธคยา เป็นตำบลหนึ่ง ของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ)
แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย นับว่าเป็นเรื่อง ที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิต ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลา ห่างกันนับเวลา หลายสิบปี
บังเอิญเกิดขึ้น ในวันเพ็ญเดือน ๖. ดังนั้น เมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิต ได้พร้อมใจกัน ประกอบพิธี บูชาพระพุทธองค์ เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึง พระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ
ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

 
ประสูติ
ตรัสรู้
ปรินิพพาน
 

ประวัติความเป็นมา
     วันวิสาขบูชานี้ ปรากฏตามหลักฐานว่า ได้มีมาตั้งแต่ ครั้งกรุงสุโขทัย เป็นราชธานี ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐ พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชา อย่างมโหฬาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบัน ก็ยังถือปฏิบัติอยู่
     สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทย กับประเทศลังกา มีความสัมพันธ์ ด้านพระพุทธศาสนา ใกล้ชิดกันมาก เพราะพระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามา เผยแพร่พระพุทธศาสนา และเชื่อว่า ได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชา มาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย
     ในหนังสือนางนพมาศ ได้กล่าวบรรยากาศ การประกอบพิธีวิสาขบูชา สมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า "เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชน ชาวสุโขทัย ทั่วทุกหมู่บ้านทุกตำบล ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่ง พระนครสุโขทัย เป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม จุดประทีปโคมไฟ แลดูสว่างไสว ไปทั่วพระนคร เป็นการอุทิศ บูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลต่าง ๆ ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย พระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ ตลอดจนข้าราชการ ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ไปยังพระ อารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียน รอบพระประธาน
     ส่วนชาวสุโขทัย ชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณร บริจาคทรัพย์ แจกเป็นทาน แก่คนยากจน คนกำพร้า คนอนาถา คนแก่ คนพิการ. บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และเต่า ปลา เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่า จะทำให้คนอายุ ยืนยาวต่อไป "
     ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้วยอำนาจอิทธิพล ของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูง กว่าอำนาจ ของพระพุทธศาสนา จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชา ในวันวิสาขบูชา จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๖๐) ทรงดำริ กับสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ มีพระราชประสงค์ จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธี วันวิสาขบูชาขึ้นใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพร ให้ทรงทำขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ พ.ศ. ๒๓๖๐ และให้จัดทำตามแบบอย่าง ประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อมีพระประสงค์ ให้ประชาชน ประกอบการบุญการกุศล เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่าง ๆ โดยทั่วหน้ากัน
     ฉะนั้น การประกอบพิธี ในวันวิสาขบูชา ในประเทศไทย จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้น อีกครั้งหนึ่ง ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และถือปฏิบัติมา จวบจนกระทั่งปัจจุบัน
     การจัดงานเฉลิมฉลอง ในวันวิสาขบูชา ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุค ทุกสมัย คงได้แก่การจัดงาน เฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ " ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ พฤษภาคม รวม ๗ วัน ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้น ที่ท้องสนามหลวง ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่าง ๆ ประดับธงทิว และโคมไฟสว่างไสว ไปทั่วพระราชอาณาจักร ประชาชนถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ตามศรัทธาตลอดเวลา ๗ วัน มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์ รวม ๒,๕๐๐ รูป ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ พฤษภาคม รวม ๓ วัน มีการก่อสร้างพุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์วันละ ๒,๕๐๐ รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหาร แก่ประชาชน วันละ ๒๐๐,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๓ วัน ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่า ในบริเวณนั้น รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย และได้มีการปฏิบัติธรรม อันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย.

 หลักธรรมสำคัญที่ควรนำมาปฏิบัต
     ๑. ความกตัญญู คือความรู้อุปการคุณ ที่มีผู้ทำไว้ก่อน เป็นคุณธรรมคู่ กับความกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณ ที่ผู้อื่นทำไว้นั้น
   • บิดามารดา มีอุปการคุณแก่ลูก ในฐานะผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดู จนเติบโต ให้การศึกษาอบรมสั่งสอน ให้เว้นจากความชั่ว มั่นคงในการทำความดี เมื่อถึงคราวมีคู่ครอง ได้จัดหาคู่ครอง ที่เหมาะสมให้ และมอบทรัพย์สมบัติให้ไว้เป็นมรดก
   • ลูกเมื่อรู้อุปการะคุณ ที่บิดามารดาทำไว้ ย่อมตอบแทน ด้วยการประพฤติตัวดี สร้างชื่อเสียงให้ แก่วงศ์ตระกูล เลี้ยงดูท่าน และช่วยทำงานของท่าน และเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน
   • ครูอาจารย์ มีอุปการคุณแก่ศิษย์ ในฐานะเป็นผู้ประสาท ความรู้ให้ ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี สอนศิลปวิทยาให้ อย่างไม่ปิดบัง ยกย่องให้ปรากฎแก่คนอื่น และช่วยคุ้มครอง ให้ศิษย์ทั้งหลาย
   • ศิษย์เมื่อรู้อุปการคุณ ที่ครูอาจารย์ทำไว้ ย่อมตอบแทน ด้วยการตั้งใจเรียน ให้เกียรติ และให้ความเคาร ไม่ล่วงละเมิดโอวาทของครู
   • ความกตัญญู และความกตเวทีนี้ ถือว่าเป็นเครื่องหมายของคนดี ส่งผลให้ครอบครัว และสังคมมีความสุขได้ เพราะบิดามารดา จะรู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการทำอุปการคุณให้ก่อน และลูกก็จะรู้จักหน้าที่ของตนเอง ด้วยการทำดีตอบแทน
   • นอกจากบิดากับลูก และครูอาจารย์กับศิษย์แล้ว คุณธรรมข้อนี้ ก็สามารถนำไปใช้ได้ แม้ระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้าง อันจะส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ อย่างสงบสุข
   • ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ทรงเป็นบุพการี ในฐานะที่ทรงสถาปนา พระพุทธศาสนา และทรงสอนทางพ้นทุกข์ ให้แก่เวไนยสัตว์
   • พุทธศาสนิกชน รู้พระคุณอันนี้จึงตอบแทน ด้วยอามิสบูชา และปฎิบัติบูชา กล่าวคือ การจัดกิจกรรม ในวันวิสาขบูชา เป็นส่วนหนึ่งที่ชาวพุทธแสดงออก ซึ่งความกตัญญูกตเวที ต่อพระองค์ ด้วยการทำนุบำรุง ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประพฤติปฎิบัติธรรม เพื่อดำรงอายุ พระพุทธศาสนาสืบไป

     ๒. อ ริ ย สั จ ๔
     อริยสัจ ๔ คือ ความจริงอันประเสริฐ หมายถึงความจริงของชีวิต ที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคน มี ๔ ประการ คือ

   • ทุกข์ ได้แก่ปัญหาของชีวิต พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่า มนุษย์ทุกคน มีทุกข์เหมือนกัน ทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐาน และทุกข์เกี่ยวกับการ ดำเนินชีวิตประจำวัน ทุกข์ขั้นพื้นฐาน คือ ทุกข์ที่เกิดจากการเกิด การแก่ และการตาย ส่วนทุกข์ที่เกี่ยว กับการดำเนินชีวิตประจำวัน คือ ทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพราก จากสิ่งที่รัก ทุกข์ที่เกิดจาก การประสบกันสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก ทุกข์ที่เกิดจาก ไม่ได้ดังใจปรารถนา รวมทั้งทุกข์ ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตด้านต่าง ๆ อาทิ ความยากจน

   • สมุทัย คือ เหตุแห่งปัญหา พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์ทั้งหมด ซึ่งเป็นปัญหาของชีวิต ล้วนมีเหตุให้เกิด เหตุนั้น คือ ตัญหา อันได้แก่ความอยากได้ต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น

   • นิโรธ คือ การแก้ปัญหาได้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ก็เพื่อให้ทราบว่า ทุกข์คือปัญหาของชีวิต ทั้งหมดที่สามารถแก้ไขได้นั้น ต้องแก้ไขตามทาง หรือวิธีแก้ ๘ ประการ

   • มรรค การปฏิบัติเพื่อจำกัดทุกข์ เพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ การปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา เพื่อบรรลุเป้าหมาย การแก้ปัญหาที่ต้องการ

     ๓. ความไม่ประมาท
     ความไม่ประมาท คือ การมีสติเสมอ ทั้งขณะทำ ขณะพูด และขณะคิด สติ คือ การระลึกได้ ในภาคปฎิบัติ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึง การระลึกรู้ทัน การเคลื่อนไหว ของอิริยาบท ๔ คือ เดิน ยืน นั่ง นอน การฝึกให้เกิดสติ ทำได้ โดยตั้งสติ กำหนดการเคลื่อนไหว ของอิริยาบท กล่าวคือ ระลึกทัน ทั้งในขณะ ยืน เดิน นั่ง และนอน รวมทั้งระลึกรู้ทัน ในขณะพูด คิด และขณะทำงานต่าง ๆ เมื่อทำได้อย่างนี้ก็ชื่อว่า มีความไม่ประมาท

     การทำงานต่าง ๆ สำเร็จได้ ก็ด้วยความไม่ประมาท กล่าวคือ ผู้ทำย่อมต้องมีสติ ระลึกรู้อยู่ว่า ตนเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร และกำลังทำอย่างไร หากมีสติ ระลึกรู้ได้อย่างนั้น ก็ย่อมไม่ผิดพลาด

กิจกรรมของวันวิสาขบูชา  ทางราชการประกาศชักชวนให้ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ       ทางราชการ ประดับตกแต่งอาคารสถานที่ ด้วยธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร จุดประทีบโคมไฟ แต่โดยทางปฎิบัติแล้ว ใช้หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๖

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประกอบพระราชกุศล ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงบาตร ในตอนเช้า ในตอนเย็น ทรงนำเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ และสดับพระธรรมเทศนา ในพระอุโบสถ พร้อมทั้งถวายไทยธรรม

   • จัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนา ที่บริเวณท้องสนามหลวง เป็นประจำทุกปี แต่ละปี มีกิจกรรม ทางพระพุทธศาสนา หลากหลายหน่วยงาน ทั้งทางราชการ และเอกชน ทั้งฝ่ายบรรพชิต และคฤหัสถ์ ร่วมกันจัดงานอันยิ่งใหญ่ สร้างความศรัทธา ให้แก่พุทธศาสนิกชน บำเพ็ญกุศล มีการทำบุญตักบาตร ให้ทานรักษาศีลฟังธรรม สนทนาธรรม เวียนเทียน เจริญภาวนา เป็นที่ประทับใจยิ่งนัก

ทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา

• สถานที่จัดกิจกรรม ในวันวิสาขบูชา ที่ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ก็คือ ณ บริเวณ พุทธมณฑล ซึ่งมีหน่วยงาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับประชาชนทั่วไป ได้จัดกิจกรรม ปฎิบัติธรรม ทั้งฝ่ายพระสงฆ์ และฆราวาส มีจำนวนหลายหมื่น ได้ร่วมทำบุญตักบาตร ให้ทาน รักษาศีล ฟังธรรม สนทนาธรรม และเจริญภาวนาแผ่เมตตา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ปัจจุบัน เนื่องในวโรกาส ที่พระองค์ ทรงมีพระชนมายุ ครบ ๗๒ พรรษา และในวันวิสาขบูชา ณ บริเวณพุทธมณฑลนี้เอง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน ทรงเวียนเทียนทุกปีด้วย

   • พระสงฆ์ ผู้จัดรายการธรรม ทางสถานีวิทยุ เกือบทุกรายการทั่วประเทศ เมื่อถึงสำคัญ คือ วันวิสาขบูชาเช่นนี้ ก็มีการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน บำเพ็ญกุศล เป็นกรณีพิเศษ คือ บรรพชาอุปสมบทนาคหมู่ และบวชเนกขัมมะ เพื่อปฎิบัติธรรม ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา เป็นการช่วยสนับสนุน ส่งเสริม สร้างความสงบสุข ให้แก่บุคคล และสร้างความสามัคคีธรรม ให้แก่สังคม ตลอดถึงประเทศชาติอีกด้วย. สรุปแล้ว วันวิสาขบูชาปีนี้ คงจะได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานทางราชการ และเอกชนตลอดทั้ง ผู้จัดรายการธรรมะ ทางสถานีวิทยุทั่วประเทศ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ เชิญชวนสาธุชนผู้ศรัทธา จัดกิจกรรมปฎิบัติธรรม บำเพ็ญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ เป็นกรณีพิเศษ เหมือนที่เคยปฎิบัติมาทุก ๆ ปี.

กำหนดการวันวิสาขอัฐมีบูชา
วัดโสมนัสราชวรวิหาร
  เวลา ๐๙.๓๐ น. แสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์เช้า
เวลา ๑๗.๐๐ น. ศิษย์วัดเวียนเทียน
เวลา ๑๙.๐๐ น. พระภิกษุสามเณรเวียนเทียน
เวลา ๒๐.๐๐ น. แม่ชีและอุบาสกอุบาสิกาเวียนเทียน
เวลา ๒๐.๐๐ น. พระภิกษุสามเณรทำวัตรเย็น
เวลา ๒๐.๓๐ น. แม่ชีและอุบาสกอุบาสิกาทำวัตรเย็น
เวลา ๒๑.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์ค่ำ(กัณฑ์ที่๑)
ต่อจากนั้นก็มีการแสดงพระธรรมเทศนาติดต่อกันไปตลอดทั้งคืน
 
  ๑. กัณฑ์ศักราช
๒. บูชาและชาติกถา
๓. ทุกกรกิริยา
๔. ติอุทานกถา
๕. สุขอุทานกถา
๖. เทศนาธิษฐานและธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
๗. อนัตตลักขณสูตร
๘. จาริกากัณฑ์
๙. อาทิตตปริยายสูตร
๑๐. เวทนาปริคคหสูตร
๑๑. พุทธกิจกถา
๑๒. ปรินิพพานสูตร

๑๓. เอตตาวตา
 
ข้อมูลจากธรรมะไทย
http://www.dhammathai.org
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th