หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
 
 
 
  
วันออกพรรษา

    ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
    เป็นวันมหาปวารณา ออกพรรษา ของพระภิกษุ ในพระพุทธศาสนา ในวันเพ็ญ แห่งเดือนกัตติกาต้น (เดือน๑๑) ที่เต็ม ๓ เดือน แต่วันจำพรรษามา มีพระพุทธานุญาต ให้ภิกษุ ผู้อยู่นำพรรษา ถ้วนไตรมาส ทำปวารณาแทนอุโบสถ.

   

     กิจของอุบาสกอุบาสิกา
     การบำเพ็ญบุญ ก็มีตามปกติทั่วไป มีการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ปฏิบัติกรรมฐาน คือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรฐานด้วย แต่บางแห่ง ก็มีตักบาตรเทโวบ้าง บางแห่ง ก็มีการชักพระบ้าง ตามแต่ประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น การสร้างบุญ ในทุกโอกาสบุญ จึงไม่ควรจะละเลย.

 

      กิจของพระภิกษุ
     กิจเบื้องต้นแห่งปวารณา ก็เหมือนแห่งอุโบสถ เป็นแต่ในส่วนบุพพกิจ ไม่นำปาริสุทธิ นำแต่ปวารณา ของภิกษุไข้มา. คำมอบให้ปวารณาว่า "ปวารณํ ทมฺมิ, ปวารณํ เม หร, มมตฺถาย ปวาเรหิ" แปลว่า "ฉันมอบปวารณาของฉัน ขอเธอจงนำปวารณา ของฉันไป ขอเธอจงปวารณา แทนฉัน." นี้เป็นคำของผู้เจ็บ ที่แก่กว่า ถ้าอ่อนกว่า ใช้คำว่า "หรถ" แทน "หร". ใช้คำว่า "ปวาเรถ" แทน "ปวาเรหิ" พึงถือเอาความแปล โดยสมควรแก่โวหาร. ภิกษุผู้รับมอบปวารณาไป ท่วงทีจะปวารณาแทนเธอ ในลำดับของเธอ.
     วันปวารณานั้น โดยปกติเป็นวันที่ ๑๕ เรียกว่า "ปณฺณรสี" ถ้าสงฆ์ยังไม่ปวารณา ในวันนั้น เลื่อนวันปวารณา ออกไปอีกปักษ์หนึ่ง ก็จะพึงเป็นวันที่ ๑๔ เรียกว่า "จาตุททสี" หรือปรองดองกันเข้าได้ ในวันนั้น ก็จะพึงเป็นวันสามัคคี. จึงได้วันเป็น ๓ ดุจอุโบสถ. ในญัตติกล่าวเพียง "อชฺช ปวารณา" เพ่งเอาวันปกติ.
     จำนวนภิกษุ ผู้ประชุม ๕ รูปเป็นอย่างน้อย จึงทำปวารณา เป็นการสงฆ์ได้ เกินกว่านั้นใช้ได้. มีจำนวนมากกว่าอุโบสถ ๑ รูปนั้น เข้าใจว่า เมื่อเป็นผู้ปวารณา ๑ รูป อีก ๔ รูปจะได้ครบองค์ เป็นสงฆ์, ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป พึงทำปวารณา เป็นการคณะ. รูปเดียว พึงอธิษฐาน เป็นการบุคคล.
     ทำปวารณา เป็นการสงฆ์ พึงตั้งญัตติประกาศ แก่สงฆ์ก่อน แล้วจึงปวารณา. ปวารณานั้น คือ บอกให้โอกาส แก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อปรารถนา ตักเตือนว่ากล่าวตนได้.
ธรรมเนียมวางไว้ ให้ปวารณารูปละ ๓ หน โดยปกติ ถ้ามีเหตุขัดข้อง จะทำอย่างนั้นไม่ตลอด ด้วยประการใด ประการหนึ่ง จะปวารณารูปละ ๒ หน หรือ ๑ หน หรือพรรษาเท่ากัน ให้ว่าพร้อมกันก็ได้. จะปวารณาอย่างไร พึงประกาศแก่สงฆ์ให้รู้ ด้วยญัตติก่อน.

 
ข้อมูลจากหนังสือวินัยมุข เล่ม ๒
โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th