หน้าแรก
   ประวัติวัด
   แผนที่ตั้ง
   แผนที่ภายในวัด
   ถาวรวัตถุ
   ภาพจิตรกรรม
   ลำดับเจ้าอาวาส
   จำนวนพระสงฆ์
   วันสำคัญทางศาสนา
   วันพระตามปักษ์
   ตารางแสดงธรรม
   ตารางอบรมกรรมฐาน
   โคลงสุภาษิตคำพังเพย
   รร.พระปริยัติธรรม
   รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์
   ภาค ๑๖-๑๗-๑๘(ธ)
   หนังสือธรรมะ
   หัวข้อธรรมะ
   แฟ้มภาพ
   กระดานสนทนา
 
 
 
  
วันออกพรรษา

    ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
    เป็นวันมหาปวารณาออกพรรษา ของพระภิกษุ ในพระพุทธศาสนา ใน วันเพ็ญแห่งเดือนกัตติกาต้น (เดือน๑๑) ที่เต็ม ๓ เดือนแต่วันจำพรรษามา มีพระพุทธานุญาต ให้ภิกษุผู้อยู่นำพรรษา ถ้วนไตรมาส ทำปวารณาแทนอุโบสถ.

     กิจของอุบาสกอุบาสิกา
     การบำเพ็ญบุญ ก็มีตามปกติทั่วไป มีการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ปฏิบัติกรรมฐาน คือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรฐานด้วย แต่บางแห่ง ก็มีตักบาตรเทโวบ้าง บางแห่ง ก็มีการชักพระบ้าง ตามแต่ประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น การสร้างบุญในทุกโอกาสบุญ จึงไม่ควรจะละเลย.

      กิจของพระภิกษุ
     กิจเบื้องต้นแห่งปวารณา ก็เหมือนแห่งอุโบสถ เป็นแต่ในส่วนบุพพกิจ ไม่นำปาริสุทธิ นำแต่ปวารณาของภิกษุไข้มา. คำมอบให้ปวารณาว่า "ปวารณํ ทมฺมิ, ปวารณํ เม หร, มมตฺถาย ปวาเรหิ" แปลว่า "ฉันมอบปวารณาของฉัน ขอเธอจงนำปวารณาของฉันไป ขอเธอจงปวารณาแทนฉัน." นี้เป็นคำของผู้เจ็บที่แก่กว่า ถ้าอ่อนกว่า ใช้คำว่า "หรถ" แทน "หร". ใช้คำว่า "ปวาเรถ" แทน "ปวาเรหิ" พึงถือเอาความแปลโดยสมควรแก่โวหาร. ภิกษุผู้รับมอบปวารณาไป ท่วงทีจะปวารณาแทนเธอในลำดับของเธอ.
     วันปวารณานั้น โดยปกติเป็นวันที่ ๑๕ เรียกว่า "ปณฺณรสี" ถ้าสงฆ์ยังไม่ปวารณาในวันนั้น เลื่อนวันปวารณาออกไปอีกปักษ์หนึ่ง ก็จะพึงเป็นวันที่ ๑๔ เรียกว่า "จาตุททสี" หรือปรองดองกันเข้าได้ในวันนั้น ก็จะพึงเป็นวันสามัคคี. จึงได้วันเป็น ๓ ดุจอุโบสถ. ในญัตติกล่าวเพียง "อชฺช ปวารณา" เพ่งเอาวันปกติ.
     จำนวนภิกษุผู้ประชุม ๕ รูปเป็นอย่างน้อย จึงทำปวารณาเป็นการสงฆ์ได้ เกินกว่านั้นใช้ได้. มีจำนวนมากกว่าอุโบสถ ๑ รูปนั้นเข้าใจว่า เมื่อเป็นผู้ปวารณา ๑ รูป อีก ๔ รูปจะได้ครบองค์เป็นสงฆ์, ๔ รูป ๓ รูป ๒ รูป พึงทำปวารณาเป็นการคณะ. รูปเดียวพึงอธิษฐานเป็นการบุคคล.
     ทำปวารณาเป็นการสงฆ์ พึงตั้งญัตติประกาศแก่สงฆ์ก่อนแล้วจึงปวารณา. ปวารณานั้น คือบอกให้โอกาสแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อปรารถนาตักเตือนว่ากล่าวตนได้.
ธรรมเนียมวางไว้ ให้ปวารณารูปละ ๓ หน โดยปกติ ถ้ามีเหตุขัดข้อง จะทำอย่างนั้นไม่ตลอด ด้วยประการใดประการหนึ่ง จะปวารณารูปละ ๒ หน หรือ ๑ หน หรือพรรษาเท่ากันให้ว่าพร้อมกันก็ได้. จะปวารณาอย่างไร พึงประกาศแก่สงฆ์ให้รู้ด้วยญัตติก่อน.

*************
ข้อมูลจากหนังสือวินัยมุข เล่ม ๒
โดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th